ประวัติความเป็นมา

      ตามที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ.๒๕๔๖ มาตรา ๑๓ บัญญัติให้ส่วนราชการทุกแห่งต้องจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น
   สำนักเทคโนโลยีการศึกษา เป็นหน่วยงานสนับสนุนวิชาการภายใต้การกำกับของมหาวิทยาลัยรามคำแหง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้ง สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง พศ. ๒๕๒๙ ซึ่งประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ ๑๐๓ หน้า ๑๓ ตอนที่๕๙ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๙ เพื่อจัดระบบงานใหม่ โดยรวมงานด้านเทคโนโลยีการศึกษาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ งานของฝ่ายโสตทัศนศึกษาสำนักหอสมุดกลาง และงานของสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์การศึกษา สำนักงานอธิการบดีโครงการจัดตั้งสำนัก
เทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นโครงการในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ ๕ (พ.ศ ๒๕๒๕-๒๕๒๙) ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๗ คณะกรรมการปฏิรูประบบราชการและระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๘ คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ โดยให้มีการแบ่งส่วนราชการในสำนักเทคโนโลยีการศึกษา ออกเป็น ๑ สำนักงานและ ๔ ฝ่าย ได้แก่

  • สำนักงานเลขนุการ
  • ฝ่ายโสตทัศนศึกษา
  • ฝ่ายวิทยุและโทรทัศน์การศึกษา
  • ฝ่ายเทคนิค
  • ฝ่ายศูนย์บริการและพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา

     สำนักเทคโนโลยีการศึกษาเริ่มนำระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO ๙๐๐๑:๒๐๐๘ มาใช้ในหน่วยงานตั้งแต่ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน สำนักฯ ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ๙๐๐๑:๒๐๐๘ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๓  ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานคุณภาพ เป็นระบบ ISO ๙๐๐๑:๒๐๑๕ สำนักเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งเป็นส่วนราชการระดับสำนักฯ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานจัดทำโครงการ/กิจกรรม และผลผลิตของสำนักฯ ที่สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการกำกับติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามระบบการบริหารงานมุ่งผลสัมฤทธิ์โดยบูรณาการเชื่อมโยงกับนโยบายของมหาวิทยาลัย


วิสัยทัศน์ พันธกิจ

ปรัชญา

“ส่งเสริมความเสมอภาคทางการเรียนรู้ ผลิตและบริการสื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ”


ปณิธาน

พัฒนาสำนักเทคโนโลยีการศึกษา “ ให้เป็นแหล่งรวมสื่อการศึกษาแบบหลากหลายชั้นปี มุ่งผลิตสื่อการศึกษาและสร้างจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อการบริการ”


วิสัยทัศน์

สำนักเทคโนโลยีการศึกษา “เป็นองค์กรแห่งการผลิต พัฒนา และบริการสื่อการศึกษา ที่มีคุณภาพเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยทุกแขนงวิชาให้มีความหลากหลาย โดยประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและเหมาะสม ยึดหลักตามแนวนโยบายของมหาวิทยาลัย”

1. ด้านการผลิต พัฒนาและให้บริการสื่อการศึกษา

      ผลิต พัฒนา และบริการสื่อการศึกษา ให้มีคุณภาพ พัฒนาต่อเนื่อง มีความหลากหลายในสาขาวิชาและชั้นปี เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ประสานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างอาจารย์ ผู้ประสานงานการผลิต เพื่อนำความรู้สู่นักศึกษาและผู้สนใจให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีการศึกษา จัดระบบการให้บริการสื่อการศึกษาโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและเหมาะสม

2. ด้านการวิจัย

       ส่งเสริมการวิจัย กำหนดทิศทางการวิจัยของหน่วยงานเพื่อให้บุคลากรดำเนินการวิจัยในหลากหลายประเด็น เพื่อการบริหารและพัฒนางานที่ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรถ่ายทอดสู่สังคมเพื่อใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

3. ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม

       เผยแพร่สื่อการศึกษา ให้มีหลากหลายช่องทาง เพื่อให้นักศึกษาและผู้สนใจได้เข้าถึงสื่อและเลือกใช้สื่อตรงกับความต้องการและได้รับประโยชน์จากการให้บริการ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดสามารถชี้นำและเป็นที่พึ่งของสังคมได้

4. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

       ดำเนินกิจกรรมและพัฒนาองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรม ปลูกฝังให้บุคลากรตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมให้มีการผสมผสานกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมเข้ากับภารกิจด้านอื่นๆ มุ่งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและเพิ่มบทบาทของสำนักฯ ในขอบเขตที่กว้างขวางยิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

5. ด้านการบริหารจัดการ

      พัฒนาปรับปรุงระบบการบริหารจัดการของสำนักฯให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย คล่องตัวและโปร่งใส ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล